Grok AI คืออะไร ฟรีไหม ราคาเท่าไหร่ และใช้ยังไง

Grok AI คือแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดยบริษัท xAI ซึ่งก่อตั้งโดย Elon Musk ในปี 2023 จุดเด่นที่ทำให้ Grok แตกต่างจาก ChatGPT, Gemini หรือ Claude คือการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุด ข่าวสาร และเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้นได้ทันที

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Grok AI ตั้งแต่ฟีเจอร์ ราคา วิธีใช้งาน ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับเครื่องมือ AI ตัวอื่นแบบครบทุกแง่มุม

Grok AI คืออะไร

Grok AI เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ที่พัฒนาโดยบริษัท xAI องค์กรด้านปัญญาประดิษฐ์ของ Elon Musk ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2023

Grok ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วย AI ที่ตอบคำถามได้ตรงประเด็น มีบุคลิกที่แตกต่าง มีอารมณ์ขัน และไม่หลีกเลี่ยงคำถามยากเหมือนคู่แข่งบางตัว

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่สำคัญคือสามารถดึงข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์ม X ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อต้องการข้อมูลข่าวสารที่อัปเดตที่สุด

อ้างอิง: BBC

การพัฒนาและเวอร์ชันที่ผ่านมา

Grok พัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเวอร์ชันสำคัญดังนี้

  • Grok 1 เปิดตัวพฤศจิกายน 2023 เป็นโมเดลรุ่นแรกที่ให้เฉพาะผู้สมัคร X Premium+
  • Grok 1.5 ปรับปรุงความสามารถด้านการให้เหตุผลและคณิตศาสตร์
  • Grok 2 เปิดตัวกลางปี 2024 เพิ่มความสามารถในการสร้างภาพผ่านโมเดล Aurora
  • Grok 3 เปิดตัวต้นปี 2025 มาพร้อมโหมด Think และ DeepSearch สำหรับการค้นคว้าเชิงลึก
  • Grok 4 เปิดตัวกลางปี 2025 เป็นรุ่นที่มีความสามารถสูงสุด มีตัวเลือก Grok 4 Heavy สำหรับงานที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ

ฟีเจอร์เด่นของ Grok AI

Grok ไม่ได้เป็นเพียงแชตบอตธรรมดา แต่เป็นชุดเครื่องมือ AI ที่ครอบคลุมงานหลายประเภท ตั้งแต่การสนทนา การค้นคว้า การสร้างภาพ ไปจนถึงการเขียนโค้ด

อ้างอิง: Bizsoft

การสนทนาและตอบคำถามแบบเรียลไทม์

ฟีเจอร์พื้นฐานที่สุดของ Grok คือการสนทนาแบบโต้ตอบ ผู้ใช้สามารถถามคำถามได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ Grok จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร มีไหวพริบ และในบางโหมดอาจมีอารมณ์ขันแฝงอยู่

ความสามารถพิเศษคือ Grok ดึงข้อมูลจากโพสต์ใน X ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ตอบเรื่องเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้

โหมด Think สำหรับการให้เหตุผลเชิงลึก

โหมด Think เปิดให้ Grok ใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์ก่อนตอบ คล้ายกับโหมด reasoning ของ ChatGPT รุ่น o1 หรือ o3 เหมาะกับคำถามที่ต้องการการคำนวณ การพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน หรือการตัดสินใจที่ต้องชั่งน้ำหนักหลายปัจจัย

DeepSearch สำหรับการค้นคว้าออนไลน์

DeepSearch เป็นฟีเจอร์ที่ให้ Grok ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์หลายแหล่งพร้อมกัน วิเคราะห์ และสรุปผลให้ในรูปแบบรายงาน เหมาะสำหรับการทำการบ้าน รายงานวิจัย หรือการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ จุดเด่นคือ Grok จะแสดงแหล่งที่มาให้เห็นชัดเจน ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

การสร้างภาพด้วยโมเดล Aurora

Grok มาพร้อมเครื่องมือสร้างภาพในตัวที่ใช้โมเดล Aurora ของ xAI ผู้ใช้พิมพ์คำสั่ง (prompt) เป็นข้อความ Grok จะสร้างภาพคุณภาพสูงให้ในเวลาไม่กี่วินาที ภาพที่สร้างใช้งานได้ทั้งงานส่วนตัวและงานเชิงพาณิชย์ตามข้อกำหนดของ xAI

Grok Voice และโหมดสนทนาด้วยเสียง

Grok Voice เป็นโหมดที่เปิดให้คุยกับ Grok ด้วยเสียงพูดผ่านแอปบนสมาร์ตโฟน Grok จะตอบกลับด้วยเสียงสังเคราะห์ที่เป็นธรรมชาติ มีหลายบุคลิกให้เลือก

ทั้งแบบสุภาพมาตรฐาน แบบมีอารมณ์ขัน หรือแบบที่ดุดันกว่าปกติ เหมาะกับการฝึกภาษา การสนทนาเพื่อความบันเทิง หรือการสั่งงานขณะขับรถ

อ้างอิง: iT24Hrs

การเขียนและตรวจสอบโค้ด

Grok ช่วยเขียนโค้ดได้ในหลายภาษา ทั้ง Python, JavaScript, Java, C++, Go, Rust และอื่นๆ สามารถอธิบายโค้ดที่มีอยู่ ช่วยดีบั๊ก แนะนำวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพ

รวมถึงสร้างโครงโปรเจกต์ใหม่จากคำอธิบายเป็นภาษาคน Grok 4 มีจุดแข็งด้านการเขียนโค้ดที่ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าคู่แข่งในบางงาน

การวิเคราะห์เอกสารและรูปภาพ

Grok รับไฟล์เอกสาร PDF ไฟล์รูปภาพ และสกรีนช็อตเข้ามาวิเคราะห์ได้ ผู้ใช้สามารถอัปโหลดเอกสารยาวๆ แล้วให้ Grok สรุปเนื้อหา จับประเด็นสำคัญ หรือตอบคำถามเฉพาะจุดได้

ส่วนรูปภาพ Grok สามารถบรรยายสิ่งที่เห็น อ่านข้อความในภาพ และวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ

ตัวละครคู่หู (Companions)

หนึ่งในฟีเจอร์ที่สร้างความฮือฮาคือตัวละครคู่หู AI ที่ Grok เปิดตัวในปี 2025 มีตัวละครที่มีบุคลิกและเสียงเฉพาะ เช่น Ani ตัวละครหญิงสไตล์อนิเมะ และ Rudy ตัวละครชาย

ผู้ใช้สามารถสนทนา ขอคำแนะนำ หรือเล่นเกมโรลเพลย์กับตัวละครเหล่านี้ได้ ฟีเจอร์นี้เปิดเฉพาะในแพ็กเกจ SuperGrok

ราคาและแพ็กเกจของ Grok AI

Grok AI มีทั้งแพ็กเกจฟรีและแบบเสียเงินหลายระดับ ตั้งแต่ใช้งานฟรีแบบจำกัด ไปจนถึงแพ็กเกจ SuperGrok Heavy สำหรับสายจริงจังและองค์กร

แพ็กเกจราคาโดยประมาณเหมาะกับใครฟีเจอร์เด่นคร่าวๆ
ฟรี (Free)0 USD/เดือนผู้ใช้ทั่วไป ทดลองใช้งานถามตอบได้จำกัดต่อวัน ใช้โหมด Fast สร้างภาพและเสียงพื้นฐาน
SuperGrok Lite10 USD/เดือน (ประมาณ 330–350 บาท ขึ้นกับเรตแลกเปลี่ยน)ผู้ใช้เริ่มจริงจัง เน้นสร้างคอนเทนต์ภาพ/วิดีโอฟีเจอร์สร้างภาพและวิดีโอพื้นฐาน ความละเอียดราว 480p การใช้งานมีลิมิต
SuperGrok (หรือ SuperGrok 4)30 USD/เดือนครีเอเตอร์ ฟรีแลนซ์ คนทำงานที่ใช้ AI หนักใช้ Grok 4 ได้เต็มขึ้น ได้สิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์รุ่นใหม่เร็วกว่า
SuperGrok Heavy (หรือ SuperGrok 4 Heavy)300 USD/เดือนนักพัฒนา ทีมงานสายเทคนิค และองค์กรที่ใช้หนักจริงรวมทุกอย่างใน SuperGrok พร้อมพลังประมวลผลสูงสุด ลิมิตใช้งานสูงสุด และ early access ต่อ Grok 4 Heavy กับฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ xAI

*หมายเหตุ: ราคาอ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยช่วงปี 2025–2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็กราคาจริงที่หน้าเว็บ grok.com หรือในแอปอีกครั้งก่อนตัดสินใจสมัคร

วิธีใช้งาน Grok AI สำหรับมือใหม่

การเริ่มต้นใช้ Grok ไม่ซับซ้อน มีหลายช่องทางให้เลือกตามความสะดวก ทั้งเว็บไซต์ แอปสมาร์ตโฟน และการใช้งานผ่าน X โดยตรง

ขั้นตอนที่ 1: สมัครบัญชี

หากยังไม่มีบัญชี ผู้ใช้ต้องสมัครบัญชี X หรือบัญชี xAI ก่อน ในกรณีของบัญชี X สามารถใช้อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์สมัครได้ฟรี ส่วนบัญชี xAI สำหรับ SuperGrok สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ x.ai โดยตรง

ขั้นตอนที่ 2: เลือกช่องทางการใช้งาน

Grok มีหลายช่องทางให้เข้าถึง ได้แก่

  • เว็บไซต์ grok.com เป็นช่องทางหลักที่ให้ประสบการณ์เต็มรูปแบบ มีอินเทอร์เฟซคล้ายกับ ChatGPT
  • แอป Grok บน iOS และ Android เหมาะสำหรับการใช้งานบนมือถือ มี Grok Voice พร้อมใช้
  • ผ่านแพลตฟอร์ม X ผู้สมัคร X Premium หรือ Premium+ สามารถใช้ Grok ในแอป X ได้โดยตรง
  • xAI API สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการต่อเชื่อมกับระบบของตัวเอง

ขั้นตอนที่ 3: เริ่มสนทนาด้วยพรอมต์ที่ดี

การได้คำตอบที่ดีจาก Grok ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำสั่งหรือพรอมต์ที่พิมพ์เข้าไป หลักการเขียนพรอมต์ที่ดีมีดังนี้

  • ระบุบริบทให้ชัดเจน บอก Grok ว่าผู้ถามเป็นใครและต้องการคำตอบในรูปแบบไหน
  • ใช้ภาษาที่ตรงประเด็น หลีกเลี่ยงคำกำกวม
  • หากต้องการคำตอบยาว ระบุจำนวนคำหรือหัวข้อย่อยที่ต้องการ
  • สำหรับงานเทคนิค ให้ตัวอย่างหรือข้อมูลพื้นฐานประกอบ
  • ถ้าคำตอบยังไม่ตรงใจ สามารถถามต่อเพื่อขัดเกลาได้

ขั้นตอนที่ 4: ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง

เมื่อคุ้นเคยกับการสนทนาพื้นฐานแล้ว ลองเปิดใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น

  • กดปุ่ม Think เพื่อให้ Grok วิเคราะห์เชิงลึกก่อนตอบ เหมาะกับโจทย์คณิตศาสตร์หรือการตัดสินใจที่ซับซ้อน
  • เปิด DeepSearch สำหรับงานค้นคว้าที่ต้องการแหล่งข้อมูลหลายแห่ง
  • ใช้ฟังก์ชันสร้างภาพโดยพิมพ์คำอธิบายสิ่งที่อยากเห็น
  • เปิด Grok Voice บนแอปมือถือเพื่อสนทนาด้วยเสียง
  • อัปโหลดไฟล์ PDF หรือรูปภาพเพื่อให้ Grok วิเคราะห์

ข้อดีและข้อจำกัดของ Grok AI

เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองมาสรุปข้อดีและข้อจำกัดของ Grok

ข้อดีของ Grok

  • เข้าถึงข้อมูลจาก X ได้แบบเรียลไทม์ เหมาะกับการติดตามข่าวและเทรนด์
  • มีบุคลิกที่ตรงไปตรงมา ไม่หลีกเลี่ยงคำถามยากเหมือน AI บางตัว
  • โมเดล Grok 4 มีความสามารถด้านการให้เหตุผลและคณิตศาสตร์ในระดับสูง
  • มีฟีเจอร์ครบ ทั้งสนทนา สร้างภาพ ค้นคว้า เขียนโค้ด และสนทนาด้วยเสียง
  • ราคาสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยเฉพาะแพ็กเกจ SuperGrok
  • เปิดให้ลองใช้ฟรีก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิก

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ระดับการรองรับภาษาไทยยังไม่ลื่นไหลเท่า ChatGPT หรือ Gemini ในบางบริบท
  • การพึ่งพาข้อมูลจาก X ทำให้บางครั้งคำตอบมีอคติจากเนื้อหาในแพลตฟอร์ม
  • การสร้างภาพยังตามหลังเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น Midjourney หรือ Stable Diffusion XL
  • ฟีเจอร์บางอย่าง เช่น ตัวละครคู่หู ใช้ได้เฉพาะแพ็กเกจระดับสูง
  • การใช้งานฟรีมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนข้อความและคุณภาพของโมเดล
  • เนื้อหาบางส่วนอาจไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นทางการ

เคล็ดลับใช้งาน Grok ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เมื่อเริ่มใช้ Grok แล้ว เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม

ใช้โหมดให้ตรงกับงาน

Grok มีหลายโหมดให้เลือก ผู้ใช้ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะงาน ใช้โหมดสนทนาปกติสำหรับคำถามทั่วไป ใช้โหมด Think เมื่อต้องการการวิเคราะห์เชิงลึก ใช้ DeepSearch เมื่อต้องการข้อมูลจากหลายแหล่ง และใช้โหมดสร้างภาพเมื่อต้องการภาพประกอบ

เขียนพรอมต์แบบมีโครงสร้าง

การเขียนพรอมต์ที่มีโครงสร้างชัดเจนช่วยให้ Grok เข้าใจง่ายขึ้น ลองใช้รูปแบบที่ระบุบทบาท บริบท เป้าหมาย และรูปแบบของคำตอบ เช่น ขอให้ทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ระบุปัญหาที่ต้องการแก้ และบอกว่าต้องการคำตอบในรูปแบบไหน

ตรวจสอบความถูกต้องเสมอ

แม้ Grok จะเก่ง แต่ก็ยังมีโอกาสตอบผิดพลาดในบางเรื่อง โดยเฉพาะข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ หรือกฎหมายที่ต้องการความแม่นยำสูง ผู้ใช้ควรตรวจสอบคำตอบกับแหล่งที่เชื่อถือได้เสมอ ใช้ DeepSearch ที่แสดงแหล่งที่มาเพื่อช่วยยืนยันความถูกต้อง

ใช้ฟีเจอร์อัปโหลดไฟล์

หากต้องการให้ Grok วิเคราะห์เอกสารยาวๆ ลองอัปโหลดไฟล์ PDF เข้ามาแทนการคัดลอกเนื้อหา Grok จะอ่านและเข้าใจเอกสารทั้งฉบับ ทำให้ตอบคำถามเฉพาะจุดได้ตรงประเด็นกว่า เทคนิคนี้เหมาะกับการวิเคราะห์รายงาน วิทยานิพนธ์ หรือสัญญา

เก็บบทสนทนาที่มีประโยชน์

Grok บันทึกประวัติการสนทนาไว้ให้ ผู้ใช้สามารถกลับมาเปิดดูภายหลังหรือนำไปต่อยอด การตั้งชื่อบทสนทนาให้สื่อความหมายจะช่วยให้กลับมาค้นหาได้ง่ายในอนาคต โดยเฉพาะหากใช้ Grok สำหรับโปรเจกต์ระยะยาว

ข้อควรระวังในการใช้ Grok AI

เช่นเดียวกับ AI ทุกตัว การใช้ Grok ต้องมีความระมัดระวังในบางเรื่อง

ข้อมูลส่วนตัวและความเป็นส่วนตัว

ไม่ควรป้อนข้อมูลส่วนตัวที่อ่อนไหวเข้าไปในการสนทนา เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลทางการแพทย์ที่ละเอียดอ่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกใช้ในการฝึกโมเดลในอนาคต ผู้ใช้สามารถปิดการใช้ข้อมูลฝึกได้ในการตั้งค่า

เนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสม

Grok ออกแบบมาให้ตอบคำถามที่ AI ตัวอื่นมักหลีกเลี่ยง บางครั้งคำตอบอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานหรือเด็ก ผู้ปกครองควรดูแลการใช้งานของบุตรหลาน และผู้ใช้องค์กรควรพิจารณาบริบทก่อนนำคำตอบไปใช้

การพึ่งพา AI มากเกินไป

AI เป็นเครื่องมือช่วยคิด ไม่ใช่เครื่องตัดสินใจแทนคน ผู้ใช้ควรใช้ Grok เพื่อช่วยร่นเวลา หาแนวคิด หรือเรียบเรียงข้อมูล แต่ยังต้องใช้วิจารณญาณของตัวเองในการตัดสินใจสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องการแพทย์ การลงทุน หรือกฎหมาย

ลิขสิทธิ์ของภาพและเนื้อหา

เนื้อหาที่ Grok สร้างขึ้น ทั้งข้อความและภาพ มีข้อกำหนดเรื่องลิขสิทธิ์ที่ผู้ใช้ควรศึกษาในเงื่อนไขการใช้บริการของ xAI การนำผลงานไปใช้เชิงพาณิชย์ในบางกรณีอาจมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเมื่อใช้ผ่าน API หรือแพ็กเกจฟรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Grok AI

1. Grok AI ฟรี ไหม

ใช้ฟรีได้ในระดับจำกัด ผู้ใช้ X ทั่วไปสามารถส่งข้อความและสร้างภาพได้ในปริมาณจำกัดต่อชั่วโมงและต่อวัน หากต้องการใช้งานเต็มรูปแบบ พร้อมเข้าถึงโมเดล Grok 4 และฟีเจอร์ขั้นสูง ต้องสมัครแพ็กเกจ X Premium+ หรือ SuperGrok

2. Grok AI พูดภาษาไทยได้ไหม

ได้ Grok รองรับภาษาไทยและสามารถสนทนาเป็นภาษาไทยได้ แต่ระดับความลื่นไหลและความเป็นธรรมชาติยังตามหลัง ChatGPT และ Gemini ในบางบริบท ทั้งนี้ xAI ยังพัฒนาความสามารถด้านภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง

3. Grok 4 ดีกว่า GPT-5 หรือไม่

ขึ้นอยู่กับงานที่ใช้ Grok 4 มีจุดเด่นด้านการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์และการเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์ ส่วน GPT-5 มีคลังความรู้กว้างและระบบ ecosystem ที่ใหญ่กว่า ในงานเขียนเชิงสร้างสรรค์และการให้คำปรึกษาทั่วไป ทั้งสองตัวมีคุณภาพใกล้เคียงกัน

4. Grok ใช้ฟรีได้กี่ครั้ง

ผู้ใช้ฟรีสามารถใช้งาน Grok บนแพลตฟอร์ม X (Twitter) ได้ประมาณ 10 คำถาม ทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยสิทธิ์การใช้งานจะถูกรีเซ็ตใหม่หลังจากครบกำหนดเวลาทั้งนี้

นโยบายของ xAI อาจมีการปรับเปลี่ยนจำนวนครั้งในการจำกัดการใช้งานโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากต้องการใช้งานแบบไม่จำกัดหรือเข้าถึงฟีเจอร์ขั้นสูง (เช่น การสร้างรูปภาพ/วิดีโอ) จะต้องสมัครแพ็กเกจ X Premium

5. มีแอป Grok บนมือถือไหม

มี Grok มีแอปอย่างเป็นทางการทั้งบน iOS และ Android ดาวน์โหลดได้ฟรีจาก App Store และ Google Play แอปมือถือรองรับฟีเจอร์เกือบทั้งหมดของเวอร์ชันเว็บ รวมถึง Grok Voice สำหรับการสนทนาด้วยเสียง

สรุป

Grok AI คือแชตบอตปัญญาประดิษฐ์จาก xAI ของ Elon Musk ที่โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเรียลไทม์จาก X การมีบุคลิกที่ตรงไปตรงมา และฟีเจอร์ครบครันทั้งการสนทนา การค้นคว้า การสร้างภาพ และการเขียนโค้ด

ผู้ใช้สามารถเริ่มลองใช้ฟรีก่อน หากชอบและใช้เป็นประจำ จึงค่อยสมัครแพ็กเกจ X Premium+ หรือ SuperGrok เพื่อเข้าถึงโมเดลรุ่นล่าสุดและฟีเจอร์ขั้นสูง

การเลือกใช้ Grok หรือ AI ตัวอื่นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ Grok เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้ X เป็นประจำและต้องการ AI ที่รู้เหตุการณ์ปัจจุบัน

ส่วนงานเขียนเชิงลึก งานเอกสารทางการ หรืองานที่ต้องการความปลอดภัยของเนื้อหาสูง อาจเลือกใช้ AI ตัวอื่นควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเลือกตัวไหน